สธ.เชียงราย แนะเคล็ดลับ 5 ข้อ ต้านโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไตวาย หัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์/อัมพาต
สาธารณสุขเชียงราย แนะเคล็ดลับ 5 ข้อ ลดเค็ม ต้านโรค ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไตวาย หัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์/อัมพาต ได้แก่ 1.ทำกับข้าวกินเองอย่างน้อยวันละ 1 มื้อโดยใช้อาหารสด ใช้เครื่องปรุงรสในปริมาณน้อย 2. ไม่วางเครื่องปรุงรสไว้บนโต๊ะอาหาร 3.กินผลไม้สดรสไม่หวานแทนขนมกรุบกรอบ 4. หากจำเป็นต้องซื้ออาหารสำเร็จรูป ให้ดูปริมาณโซเดียมในฉลาก และเลือกซื้อสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ และ 5. กินโซเดียมไม่เกินวันละ 2,400 มิลลิกรัม นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นภัยเงียบที่ถูกมองข้าม เพราะระยะการดำเนินของโรคที่นาน 5-10 ปีจึงจะแสดงอาการ แต่เมื่อแสดงอาการของโรคแล้วทำให้ป่วย พิการ และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไตวาย หัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์/อัมพาต กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ขยายวงกว้าง และส่งผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ต่อครอบครัวและชุมชน วิธีการหนึ่งที่สามารถป้องกันไม่ให้เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังดังกล่าวคือ การรับประทานอาหารให้มีปริมาณที่เหมาะสม และลดการกินอาหารหวาน มัน เค็ม นายแพทย์ชำนาญกล่าวต่อไปว่า คนทั่วไปมักเข้าใจว่าการลดกินเกลือคือการลดอาหารที่มีรสเค็มเท่านั้น แต่ความจริงเมื่อพูดถึงเรื่องเกลือ เรื่องเค็ม ให้หมายถึง โซเดียม(Sodium) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการควบคุมสมดุลน้ำและของเหลวในร่างกาย รักษาระดับความเป็นกรด และด่างในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ ช่วยในการส่ง กระแสประสาทและช่วยในการยืดหยุ่นตัวของกล้ามเนื้อ โซเดียมเป็นสารอาหารที่มีทั้งอาหารธรรมชาติ อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงรสและขนมขบเคี้ยว แต่ใน 1 วันควรกินโซเดียมน้อยกว่า 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากการกินโซเดียมเกินจากนี้ จะทำให้เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตัวอย่างอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น เกลือแกง 1 ช้อนชามีโซเดียม 1,900-2,000 มิลลิกรัม ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะมี 960-1,420 มิลลิกรัม ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะมี 1,150 มิลลิกรัม น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะมี 1,160-1,420 มิลลิกรัม ข้าวคลุกกะปิ 1 จานมี 1,015 มิลลิกรัม ข้าวผัดกะเพรา 1 จานมี 1,280 มิลลิกรัม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุง 1 ชามมี 1,320 มิลลิกรัม ก๋วยเตี๋ยวน้ำหมู 1 ชามมี 1,630 มิลลิกรัม บะหมี่หมูน้ำแดง 1 ชามมี 1,777 มิลลิกรัม ขนมจีนน้ำยา 1 จานมี 1,750 มิลลิกรัม ส่วนตัวอย่างอาหารที่มีโซเดียมต่ำ เช่น ข้าว 1 ถ้วยมีโซเดียม 100 มิลลิกรัม เต้าหู้ 1 ก้อนมี 6-10 มิลลิกรัม เนื้อหมู/เนื้อไก่ 30 กรัมหรือ 3 ขีดมี 40-60 มิลลิกรัม ผักสดชนิดต่างๆ 1 ถ้วยตวงมี 30-100 มิลลิกรัม ผลไม้ชนิดต่างๆ 6-8 ชิ้น มี 5-80 มิลลิกรัม นายแพทย์ชำนาญกล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเคล็ดลับ 5 ข้อ สำหรับการลดเค็ม/ลดกินอาหารที่มีโซเดียม ได้แก่ 1. ให้ทำกับข้าวกินเองอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ โดยใช้อาหารสด เช่น ผักสด เนื้อหมูสดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจำพวกไส้กรอกหรือแฮม รวมทั้งเครื่องปรุงรสในปริมาณน้อย 2. ไม่วางเครื่องปรุงรสไว้บนโต๊ะอาหาร 3. กินผลไม้สด รสไม่หวานแทนขนมกรุบกรอบ 4. หากจำเป็นต้องซื้ออาหารสำเร็จรูป ให้ดูฉลากที่กำกับในสินค้าว่ามีปริมาณโซเดียมเท่าไหร่ และเลือกซื้อสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ และ 5. ทบทวนตัวเองว่ากินโซเดียมไม่เกินวันละ 2,400 มิลลิกรัม ทั้งนี้หากทำตามเคล็ดลับได้ทุกวัน ก็จะลดเค็ม และห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ดาวน์โหลดเอกสาร