สสจ.เชียงรายเตือนการใช้เครื่องอางปลอมอาจเสียโฉมได้
สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการใช้เครื่องสำอาง พบนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปในจังหวัดเชียงราย ป่วยจากการแพ้เครื่องสำอางประเภทครีมทาผิวเพิ่มสูงมาก หากแพ้ต้องรักษานานถึง 6 เดือน แนะควรเลือกซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน เชื่อถือได้ มีฉลากภาษาไทย ซึ่งบ่งบอกสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอางอย่างครบถ้วน ชัดเจน และที่สำคัญก่อนใช้ควรทำการทดสอบทุกครั้ง ด้วยการทาเครื่องสำอางในปริมาณเล็กน้อยบริเวณท้องแขนแล้วทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง หากไม่มีอาการข้างเคียงถึงจะใช้ได้ วันนี้ (9 มิ.ย. 54) นพ.ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าขณะนี้พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรคผิวหนังจากการแพ้เครื่องสำอางในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จำนวนมาก มีทั้งนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะมีอาการเป็นผื่น บวมแดง คัน มีอาการชา และเป็นตุ่มบริเวณใบหน้า บางรายที่มีอาการรุนแรงปวดแสบ ปวดร้อน บวมแดง และมีไข้สูง จำเป็นต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล จากการสอบถามผู้ป่วยพบว่า เกิดจากการใช้เครื่องสำอางประเภทครีมที่ใช้ทาบริเวณใบหน้า ซื้อมาจากพ่อค้าแม่ค้าขายเร่ รวมทั้งมีบุคคลนำมาขายในสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านั้นไม่แสดงฉลากของผู้ผลิต มีการแบ่งใส่ตลับ และมีการแอบอ้างว่าเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตจากบริษัทดังที่น่าเชื่อถือ หรือผลิตมาจากโรงพยาบาลของรัฐ เมื่อใช้แล้วทำให้มีอาการแพ้ดังกล่าว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีอาจจะทำให้สูญเสียใบหน้า และดวงตาได้ บางรายต้องจำเป็นรักษาต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน ถึงจะหายได้ อาการแพ้เหล่านี้สาเหตุมาจากการใช้เครื่องสำอางที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน มีการลักลอบใส่สารห้ามใช้ได้แก่ สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่ผิวหน้า ผิวหน้าดำ สารปรอทแอมโมเนีย (Ammoniated mercury) ทำให้เกิดอาการแพ้ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท ส่งผลทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบ และกรดเรทิโนอิก (Retinoic acid) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของกรดวิตามินเอ ทำให้หน้าแดง ระคายเคือง แสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกอย่างรุนแรง และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ในส่วนของผู้ผลิตและผู้ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น เครื่องสำอางไม่มีฉลาก หรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง กล่าวคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการแสดงฉลากภาษาไทย ไม่ระบุชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า รวมถึงวันเดือนปีที่ผลิตอย่างชัดเจน และผู้ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือ แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือแสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีการโฆษณาข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง เช่น สามารถทำให้สีผิวมีการเปลี่ยนแปลง หรือทำให้สีผิวขาวขึ้นมากกว่าหรือแตกต่างจากสีผิวเดิมตามธรรมชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ นายแพทย์ชำนาญยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ใช้เครื่องสำอาง จึงขอให้เลือกซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน เชื่อถือได้ เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้นสามารถติดต่อหาผู้รับผิดชอบได้ ควรดูฉลากให้ถี่ถ้วนเสมอ เครื่องสำอางทาผิวต้องมีฉลากภาษาไทย มีข้อบ่งบอกสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอางอย่างครบถ้วน ชัดเจน เช่น ประเภทหรือชนิด ชื่อส่วนประกอบสำคัญ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ ปริมาณสุทธิ และวันเดือนปีหมดอายุ และที่สำคัญหากใช้เครื่องสำอางใดแล้ว มีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครั้งแรกหรือใช้มาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ต้องหยุดใช้ทันที ถ้าหากหยุดใช้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และขอฝากมายังพี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษา หากพบเห็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทาผิว หรือเครื่องสำอางที่สงสัยว่าไม่ถูกต้อง หรือใช้แล้วเกิดอันตราย กรุณาแจ้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย โทร. 053-910322 โทรสาร053-910345 ในวันและเวลาราชการ หรือที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โทร. สายด่วน อย. 1556 หรือทางไปรษณีย์ ได้ที่ตู้ ปณ. 52 ปณจ.นนทบุรี 11000 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป นายแพทย์ชำนาญกล่าวในที่สุด.