สธ. เปิดศูนย์ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์
สธ. เปิดศูนย์ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์ 10 คู่สาย ให้บริการไม่ถามชื่อ ใช้รหัส เป็นความลับ สาธารณสุข เผยขณะนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตประมาณ 5 แสนราย มีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เข้าสู่ระบบการรักษา เปิดศูนย์ปรึกษาปัญหาเอดส์ทางโทรศัพท์ 1663 ฟรี จำนวน 10 คู่สาย ให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 น.-20.00 น. หากโทรนอกเวลาจะมีระบบบันทึกอัตโนมัติและจะโทรกลับทุกราย โดยไม่ถามชื่อ แต่จะบันทึกเป็นรหัส เพื่อช่วยให้เข้าถึงบริการตรวจรักษาเอชไอวี/เอดส์ได้เร็วขึ้น ช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และ ผู้ที่ติดเชื้อแล้วก็จะเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที ไม่เจ็บป่วย ไม่เสียชีวิต นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า สถานการณ์เอดส์ในประเทศไทยพบว่า ไทยมีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตประมาณ 5 แสนราย แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งหรือ 250,000 รายเท่านั้นที่เข้าถึงบริการสาธารณสุข อีกครึ่งหนึ่งยังไม่เข้าสู่ระบบการรักษาซึ่งมี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มที่ไม่ทราบว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี 2.กลุ่มที่ประเมินได้ว่าตัวเองมีความเสี่ยง แต่ยังไม่ตัดสินใจไปรับบริการปรึกษาและตรวจเลือดที่หน่วยบริการ และ3.กลุ่มที่อาจจะทราบผลเลือดแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลด้านการดูแลรักษา นายแพทย์ชำนาญกล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และผู้ที่ทำงานด้านเอดส์ จัดตั้งศูนย์ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์ขึ้นที่กรมควบคุมโรค เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น.-20.00 น. หากโทรนอกเวลาจะมีระบบบันทึกอัตโนมัติและเจ้าหน้าที่จะโทรกลับทุกราย มีทั้งหมด 10 คู่สาย ให้บริการฟรี มีเจ้าหน้าที่ประจำ 38 คน เป็นบริการไม่ถามชื่อ และจะบันทึกเป็นรหัสผู้รับบริการแต่ละราย ผู้รับบริการจะได้รับทราบข้อมูล ได้รับการปรึกษาในเบื้องต้น จะช่วยให้เข้าใจและมีข้อมูลใช้ตัดสินใจเข้ารับคำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจรักษาเอชไอวี/เอดส์ได้มากขึ้น นายแพทย์ชำนาญกล่าวอีกว่า การตั้งศูนย์ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์ เป็นการจัดบริการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาเอชไอวี/เอดส์ เพราะเมื่อประชาชนเข้าถึงบริการปรึกษาและได้รับการรักษาเร็ว จะเป็นการป้องกัน ช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ขณะเดียวกันผู้ที่ติดเชื้อแล้วจะเข้าถึงบริการรักษาได้อย่างทันท่วงที ไม่เจ็บป่วย ไม่เสียชีวิต ศูนย์ฯนี้จึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจรักษาเอชไอวี/เอดส์ได้เร็วขึ้น เพื่อนำประเทศไทยสู่เป้าหมายเป็นศูนย์ Getting to zero คือ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่เสียชีวิตจากเอดส์ ไม่มีการตีตราและเลือกปฏิบัติ ตามแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559