สธ. พบคนไทยอายุ 40 ปีขึ้นไป เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นร้อยละ 50
สธ. พบคนไทยอายุ 40 ปีขึ้นไป เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 สาธารณสุขเผยคนไทยอายุ 40 ปีขึ้นไปเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 แนะดูแลหลอดเลือด โดยการปรับวิถีชีวิตเพียงนิดเพื่อให้รางวัลชีวิต ได้แก่ เลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน ลดละเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และลดความเครียด จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากขึ้น นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการเสียชีวิตติดอันดับต้นๆใกล้กับสถิติของอุบัติเหตุและมะเร็ง โดยพบคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยวันละ 30 คน พบผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 เนื่องจากคนไทยมีวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เบาหวาน ความเครียด และขาดการออกกำลังกาย ทั้งนี้โรคหัวใจและหลอดเลือด ประกอบด้วย 3 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ 1.โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นโรคของหลอดเลือดหัวใจที่เลี้ยงหัวใจตีบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 2.โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่ทำให้เกิดการขาดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสมอง และ3.โรคหลอดเลือดส่วนปลาย เป็นโรคของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงแขน ขาลดลง นายแพทย์ชำนาญกล่าวต่อไปว่า ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด จะมีอาการหัวใจขาดเลือด คือ ปวดเค้นกลางหน้าอก เจ็บนานหลายนาที อาจร้าวไปถึงแขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก ขากรรไกร หรือไปที่ด้านหลังก็ได้ และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่ แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน เป็นลม หมดสติ เหงื่ออกมาก ซีด ส่วนอาการหลอดเลือดสมองที่พบบ่อยคือ มีการอ่อนแรงบริเวณใบหน้า แขน ขา ส่วนมากเป็นข้างเดียว และอาจมีอาการอื่นที่ร่วมด้วย ได้แก่ ชาบริเวณใบหน้า แขน ขา มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน การคิดสับสน พูดลำบากหรือฟังคนอื่นเข้าใจยาก ปวดศีรษะรุนแรง เดินลำบาก งุนงง ทรงตัวไม่ได้เหมือนคนปกติ เป็นลมหมดสติ ความรุนแรงและอาการโรคเกี่ยวข้องกับบริเวณที่สมองขาดเลือด และความกว้างของส่วนที่ขาดเลือดอาจทำให้มีอาการชา อัมพฤกษ์ หรืออัมพาต ถ้ารุนแรงมากอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากพบเห็นผู้ที่มีอาการดังกล่าว ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยด่วน หรือเรียกใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินโทร 1669 หัวใจที่แข็งแรงจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตที่สมบูรณ์ของคนทุกวัย ไม่ว่าจะอยู่ในวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ทุกวัยมีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองและอัมพาตได้ทั้งสิ้น ปัจจุบันแม้วิวัฒนาการของการรักษาโรคหัวใจจะก้าวหน้าไปมาก แต่ความรู้พื้นฐานในการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ทุกคนควรศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้น หากเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ เช่น เลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน ลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และขจัดความเครียดในชีวิตประจำวันให้ลดน้อยลง นายแพทย์ชำนาญกล่าวในตอนท้ายว่า หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญ จะไม่เสียเวลาและจะไม่เสียใจเลย ถ้าใส่ใจกับการดูแลสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดเสียบ้าง อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ