มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ พัฒนาทักษะพยาบาล ในรพ.สต. ทุกแห่ง ตรวจคัดกรองโรคหัวใจในเด็ก
มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ พัฒนาทักษะพยาบาล ในรพ.สต. ทุกแห่ง ตรวจคัดกรองโรคหัวใจในเด็ก สาธารณสุขเผยแต่ละปีไทยมีเด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8,000 คน ร้อยละ 60 ไม่ได้รับการผ่าตัด รอคิวนาน เร่งพัฒนาทักษะให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อคัดกรองโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในเด็กตั้งแต่แรกเกิด-ชั้นป.1-6 หากตรวจพบให้นำมารักษาหรือผ่าตัดที่รพ.เชียงรายฯ โดยมูลนิธิเด็กโรคหัวใจสนับสนุนงบประมาณช่วยผ่าตัดได้เร็วขึ้น นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยภายหลังเปิดการอบรม พัฒนาทักษะในการคัดกรองโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) โดยความร่วมมือมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมป์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายว่า โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยพบว่าในเด็กทารกแรกเกิด 1,000 คน จะมีทารกที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8-10 คน หรือในปีหนึ่งๆจะมีทารกเกิดใหม่ในประเทศไทย 8 แสนคน ในจำนวนนี้จะเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8,000 คน และประมาณครึ่งหนึ่งคือ 4,000 คนมีความพิการไม่มากไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา บางรายอาจหายเองได้ เช่น ผนังกั้นห้องหัวใจมีรูรั่วขนาดเล็ก แต่อีกครึ่งหนึ่งมีอาการเลี้ยงไม่โต เขียว เหนื่อยเร็ว ถ้าความพิการรุนแรงอาจมีอาการตั้งแต่แรกเกิด ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยและส่งรักษาต่ออย่างรวดเร็วอาจเสียชีวิต บางรายเสียชีวิตทันทีโดยเฉพาะทารกที่เกิดในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมีรายงานว่าทารกที่เป็นโรคหัวใจเสียชีวิตภายในอายุขวบปีแรกร้อยละ 10 เสียชีวิตในสัปดาห์แรกไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อนร้อยละ 25 ดังนั้นโรงพยาบาลทุกแห่ง จึงต้องตรวจคัดกรองทารกเกิดใหม่ทุกคนก่อนกลับบ้าน นายแพทย์ชำนาญกล่าวต่อไปว่า ในเด็ก 1-2 เดือนหากพยาบาลในรพ.สต. สามารถตรวจหัวใจโดยใช้หูฟัง และพบเด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะช่วยให้วินิจฉัยได้เร็ว และส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อรักษาก่อนที่เด็กจะเป็นปอดบวม บางรายอาจเสียชีวิตก่อนการรักษา ส่วนเด็กเล็กก่อนอายุ 1 ปี ที่มารับการฉีดวัคซีน ถ้าได้รับการตรวจหัวใจทุกครั้ง จะช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจได้รวดเร็ว สำหรับเด็กอนุบาลหรือก่อนวัยเรียนจะได้รับการตรวจหัวใจเช่นเดียวกัน ในเด็กระดับประถมศึกษาควรได้รับการตรวจร่างกายประจำปีหรืออย่างน้อยตรวจในป.1 เพราะโรคหัวใจบางชนิดอาการอาจจะไม่เด่นชัด หรือเด็กไม่ได้สังเกตตัวเองว่าเหนื่อยเร็วกว่าเพื่อน ข้อมูลจากการตรวจคัดกรองหลายจังหวัดพบว่าเด็กป.1-6 มีโรคหัวใจ 1.2 คนต่อนักเรียน 1,000 คน พบร้อยละ 30-40 ไม่ทราบมาก่อนในจำนวนนี้ร้อยละ 60-70 ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด อีกร้อยละ 60-70 ทราบว่าเป็นโรคหัวใจมาก่อนและเคยได้รับการตรวจมาแล้ว แต่ไม่สามารถรักษาหรือผ่าตัดได้เนื่องจากต้องรอคิวผ่าตัดนาน มีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดีและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นายแพทย์ชำนาญกล่าวอีกว่า ปัจจุบันโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทุกชนิดสามารถผ่าตัดรักษาได้ผลดี อีกทั้งเด็กที่เป็นโรคไข้รูมาติกหรือหัวใจรูมาติกถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้รวดเร็ว โอกาสที่มีลิ้นหัวใจพิการจะลดลง เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดลิ้นหัวใจเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นการเพิ่มขีดความสามารถของพยาบาลวิชาชีพและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้สามารถตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือดเบื้องต้นได้ จะช่วยให้ทารกและเด็กได้รับการวินิจฉัยโรคหัวใจได้รวดเร็ว ทั้งนี้หากตรวจพบให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ซึ่งมีแพทย์และทีมผ่าตัดที่เชี่ยวชาญ มีเครื่องมือที่ทันสมัย โดยมูลนิธิฯจะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ เพื่อช่วยให้ผ่าตัดได้เร็วขึ้น